🪞

Lab 47 — หาตำแหน่งภาพด้วยวิธีพาราแลกซ์ (3D)

Locating Images by the No-Parallax Method — กระจกราบ · กระจกเว้า · กระจกนูน · กระจก 3 มิติสะท้อนแสงจริง (ray tracing) · ส่ายสายตาตรวจพาราแลกซ์

3D · three.js KP Science simulation
👁 มุมจากตา — ลากซ้าย-ขวาในภาพ หรือกด ↔ ส่ายสายตา
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วโหลดหน้านี้ใหม่
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลไม่ถูกลบ · กระจกปริศนาไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
🪞 ชนิดกระจก
📍 ตำแหน่งบนม้านั่ง (cm)
เลื่อน M · O · S ด้วยแถบเลื่อนมุมขวาบนของภาพ 3D (ใช้ได้ทุกมุมมอง · กด ◀ ▶ ปรับทีละ 0.1 cm) หรือลากวัตถุในภาพเมื่อไม่ได้อยู่มุมจากตา · กระจกหันหน้าไปทางซ้าย · อ่านตำแหน่งจากเส้นสีที่ลากลงสเกล (กด 📏 อ่านสเกล) · หน้ากระจก = ด้านเข็ม O · หลังกระจก = ขวา
กระจกราบ/นูน: S หลังกระจกเป็นเข็มยาวโผล่เหนือขอบ · กระจกเว้า: S คว่ำลอยอยู่ด้านบน (หัวไม่ชนเข็ม O แม้ s = s′) · S หลังกระจก: กระจกโปร่งแสงเล็กน้อย เห็น S ด้านหลังจาง ๆ
❓ กระจกปริศนา: S หน้ากระจก = เข็มคว่ำลอยด้านบน (ปลายชนปลาย) · S หลังกระจก = เข็มยาว
👁 สายตาผู้สังเกต
เยื้องข้างcm
ห่างกระจกcm
🖐 บันทึกผล
📋 ตารางบันทึกผล
📈 กราฟ 1/s กับ 1/s′ (กระจกโค้ง)

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การใช้งาน Simulation

หลักการ: วิธีไม่มีพาราแลกซ์

ถ้าวัตถุสองชิ้นอยู่ห่างจากตาไม่เท่ากัน เมื่อขยับศีรษะไปด้านข้าง จะเห็นวัตถุทั้งสองเคลื่อนที่สัมพัทธ์กัน เรียกว่า พาราแลกซ์ · วัตถุที่อยู่ไกลกว่าจะดูเหมือนเคลื่อนไปทางเดียวกับศีรษะ · ถ้าทั้งสองอยู่ตำแหน่งเดียวกัน จะเคลื่อนไปพร้อมกันเสมอ = ไม่มีพาราแลกซ์

เราจึงเลื่อนเข็มค้นหา S จนภาพของเข็ม O ในกระจกกับเข็ม S ไม่มีพาราแลกซ์ ตำแหน่งของ S คือตำแหน่งของภาพ

วิธีการทดลอง — ภาพเสมือน (กระจกราบ · กระจกนูน · กระจกเว้าเมื่อ s < f)

  1. วางเข็ม O หน้ากระจก บันทึกระยะวัตถุ s = ตำแหน่งกระจก − ตำแหน่ง O
  2. มองภาพของ O ในกระจก ภาพเป็นหัวตั้ง
  3. วางเข็มยาว S หลังกระจก ให้ส่วนบนโผล่เหนือขอบกระจก
  4. ส่ายสายตาซ้าย-ขวา เปรียบเทียบภาพของ O (ในกระจก) กับส่วนของ S (เหนือกระจก และที่เห็นจาง ๆ ผ่านกระจก) · ถ้า S เคลื่อนไปทางเดียวกับศีรษะ แปลว่า S อยู่ไกลกว่าภาพ ให้เลื่อน S เข้าหากระจก
  5. เมื่อไม่มีพาราแลกซ์ กด 📝 บันทึกตำแหน่ง · ระยะภาพ s′ = ตำแหน่งกระจก − ตำแหน่ง S (ติดลบเพราะอยู่หลังกระจก)

วิธีการทดลอง — ภาพจริง (กระจกเว้าเมื่อ s > f) · วิธีปลายชนปลาย

  1. วางเข็ม O หน้ากระจกให้ไกลกว่าจุดโฟกัส · มองในกระจกจากระยะไกล จะเห็นภาพของ O กลับหัว ห้อยลงมา ปลายอยู่ระดับแกน
  2. วางเข็ม S (คว่ำลอยอยู่ด้านบน) หน้ากระจก ให้หัวเขียวของ S ซ้อนกับหัวภาพกลับหัวของ O · เข็ม O ปลายอยู่ใต้แกนเล็กน้อย จึงไม่ชนกันแม้ S กับ O อยู่ตำแหน่งเดียวกัน
  3. ส่ายสายตาซ้าย-ขวา · เลื่อน S ตามแนวแกนจนปลายทั้งสองติดกันตลอดเวลา = ไม่มีพาราแลกซ์
  4. บันทึกตำแหน่ง · s′ เป็นบวกเพราะภาพจริงอยู่หน้ากระจก · ตาต้องอยู่ไกลกว่าภาพ (เปิดปรับระยะตาอัตโนมัติไว้)
💡 ทำซ้ำกับกระจกเว้าอย่างน้อย 4 ระยะวัตถุ (ทั้ง s > f และ s < f) และกระจกนูน 4 ระยะ · กระจกราบ 3 ระยะ · กดสุ่มกระจกใหม่เพื่อเปลี่ยน f

❓ กระจกปริศนา — ไม่บอกว่าเป็นกระจกเว้าหรือนูน และไม่บอก f

  1. เลือก ❓ ปริศนา · หาตำแหน่งภาพด้วยวิธีไม่มีพาราแลกซ์อย่างน้อย 5 ระยะวัตถุ (ลองวาง S ทั้งหน้าและหลังกระจก — หาภาพจริงหน้ากระจกได้หรือไม่? ภาพหัวตั้งหรือกลับหัว? ขยายหรือย่อ?) · คำนวณ f = ss′/(s+s′) ของทุกค่า และอ่านจุดตัดแกนของกราฟ 1/s′ กับ 1/s (= 1/f) · f เป็นบวก = กระจกเว้า · f เป็นลบ = กระจกนูน · กด 🎲 สุ่มกระจกใหม่เพื่อเปลี่ยนกระจกปริศนา

วิธีบันทึกผล

กระจกราบ s | s′ | |s′| − s | %error ของ |s′| เทียบ s กระจกโค้ง s | s′ | f = ss′/(s+s′) | f จริง (เฉลยหลังบันทึก) | %error กราฟ 1/s′ (แกนตั้ง) กับ 1/s (แกนนอน) → เส้นตรงความชัน −1 ตัดแกนที่ 1/f

คำถามท้ายการทดลอง

  1. ในกระจกราบ ระยะภาพกับระยะวัตถุสัมพันธ์กันอย่างไร ผลการทดลองสอดคล้องหรือไม่?
  2. ทำไมภาพเสมือนต้องใช้เข็ม S ที่โผล่เหนือกระจก แต่ภาพจริงของกระจกเว้าใช้วิธีปลายชนปลายหน้ากระจก?
  3. ถ้าส่ายศีรษะไปทางขวาแล้วเห็นเข็ม S เคลื่อนไปทางขวาเทียบกับภาพ ต้องเลื่อน S ไปทางใด เพราะอะไร?
  4. ค่า f ของกระจกนูนที่คำนวณได้มีเครื่องหมายอะไร และหมายความว่าอย่างไร?
  5. สาเหตุความคลาดเคลื่อนของวิธีพาราแลกซ์มีอะไรบ้าง?

1. พาราแลกซ์ (Parallax)

เมื่อตาเคลื่อนจากตำแหน่ง 1 ไปตำแหน่ง 2 เข็ม A (ใกล้) กับเข็ม B (ไกล) ที่เคยเห็นซ้อนกันจะแยกออก เข็มที่ไกลกว่าดูเหมือนเคลื่อนไปทางเดียวกับตา · ถ้าเข็มทั้งสองอยู่ที่ระยะเดียวกัน จะเห็นซ้อนกันทุกมุมมอง = ไม่มีพาราแลกซ์

2. ภาพจากกระจกราบ

รังสีจากวัตถุสะท้อนจากกระจกตามกฎการสะท้อน แนวต่อของรังสีสะท้อนตัดกันหลังกระจกที่ระยะเท่ากับระยะวัตถุ ภาพเป็นภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเท่าวัตถุ

|s′| = s (ภาพเสมือน s′ = −s)

3. ภาพจากกระจกเว้าและกระจกนูน

1/f = 1/s + 1/s′ M = y′/y = −s′/s f = R/2
กระจกระยะวัตถุภาพเครื่องหมาย s′Mวิธีหาภาพ
ราบทุกระยะเสมือน หัวตั้ง เท่าวัตถุ− (|s′| = s)+1S หลังกระจก
เว้า (f +)s > fจริง หัวกลับ+−ปลายชนปลาย หน้ากระจก
เว้า (f +)s < fเสมือน หัวตั้ง ขยาย−> 1S หลังกระจก
นูน (f −)ทุกระยะเสมือน หัวตั้ง ย่อ−0 – 1S หลังกระจก

กฎเครื่องหมาย (หนังสือเรียน ฟิสิกส์ เล่ม 3 สสวท. หน้า 213)

🔍 กระจกในการทดลองนี้เป็นผิวทรงกลมจริง รังสีที่ห่างแกนมากจะโฟกัสคลาดเล็กน้อย (ความคลาดทรงกลม) ผลที่วัดได้จึงอาจต่างจากสมการกระจกเล็กน้อยเหมือนการทดลองจริง